ลดผมร่วง   บริการรักษา
ค่าใช้จ่าย บทความน่ารู้ คำถามที่พบบ่อย   แผนที่มาไทยแฮร์ ติดต่อจองคิวตรวจ
 
สาเหตุของอาการผมร่วง ............โดย ทีมงานวิชาการ ไทยแฮร์เซ็นเตอร์
 

สาเหตุของผมร่วง ผมร่วงเกิดจากอะไร ?

วงจรปกติของการเจริญเติบโตของเส้นผม วงจรปกติของเส้นอยู่ในช่วง 2–6 ปี ผมแต่ละเส้นยาวประมาณ 1 ซม. ต่อเดือนในช่วงที่มีการเจริญเติมโต
- ประมาณ 90 % ของ ผมบนศีรษะ กำลังเจริญเติบโตยาวเพิ่มขึ้น
- 10 % อยู่ในระยะพักคือไม่ยาวเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้น 2–3 เดือน ผมที่อยู่ในระยะพักจะร่วงไป และมีผมใหม่ขึ้นมาแทนที่บริเวณเดิมที่ร่วงไป นี่คือวงจรปกติของเส้นผม อย่างไรก็ตามในบางคนอาจพบว่ามีผมร่วงมากกว่าปกติซึ่งสามารถพบได้ในผู้ใหญ่ทั้งหญิงและชาย รวมทั้งในเด็กก็อาจพบได้ด้วย

โปรดระลึกไว้ว่า : ในคนที่มีปัญหาผมร่วงทั้งผมร่วงแบบเฉียบพลันและผมร่วงเรื้อรัง ส่วนใหญ่สาเหตุของผมร่วงไม่ได้มีมาจากสาเหตุเดี่ยวๆอย่างเดียว มักจะเป็นหลายๆสาเหตุประกอบกัน
ทางไทยแฮร์เซ็นเตอร์ได้พบความจริงข้อนี้จึงทำให้การรักษาอาการผมร่วงของทางไทยแฮร์ฯเองได้รักษาแบบครอบคลุมสาเหตุส่วนใหญ่ไว้เกือบทั้งหมดในคราวเดียวกันเพื่อผลการรักษาที่ดีกว่า อัตราการหายจะสูงกว่าการรักษาแบบเจาะจงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเท่านั้น


สาเหตุของผมร่วงมากกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า ผมร่วงผิดปกติ
ผมร่วงมากปกติอาจพบได้ในภาวะดังต่อไปนี้
* หลังการเจ็บป่วยหรือผ่าตัด 3–4 เดือน ภาวะนี้สัมพันธ์กับความเครียด และการเจ็บป่วย และจะเป็นเพียงชั่วคราว
* ปัญหาทางด้านฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ เช่น โรคไทรอยด์ ทั้งในกลุ่มของไทรอยด์เป็นพิษและในกลุ่มที่มีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ นอกจากนี้ ฮอร์โมนในเพศชาย แอนโตรเจน (Androgen), ฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจน (เอสโตรเจน) ที่ไม่สมดุลย์ก็อาจส่งผลให้เกิดภาวะผมร่วงได้
* หลังคลอด มักจะพบในช่วง 3 เดือนหลังคลอดภาวะนี้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงตั้งครรภ์ด้วย ในช่วงการตั้งครรภ์จะมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนบางชนิดซึ่งทำให้ผมร่วงน้อยกว่าปกติ หลังคลอดฮอร์โมนเหล่านี้จะลดลงจนอยู่ในระดับปกติก่อนตั้งครรภ์ ทำให้ผมร่วงมากขึ้น และกลับสู่วงจรปกติชองการเติบโตและร่วงของเส้นผม
* ยาบางชนิด เป็นชนวนเหตุของผมร่วงได้ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาโรคเก๊าท์
ยาเคมีบำบัด วิตามินเอ ยาคุมกำเนิด และยาต้านซึมเศร้า ผมร่วงจากสาเหตุนี้ สามารถดีขึ้นได้ ถ้าหยุดยาดังกล่าว
* โรคติดเชื้อ เช่น เชื้อราที่หนังศีรษะ อาจพบทำให้เกิดผมร่วงได้ในเด็ก ผมร่วงชนิดนี่จะสามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อรา
* โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคลูปัส อาการผมร่วงอาจพบเป็นอาการแสดงเบื้องต้นของโรคเหล่านี้ ดังนั้นจึงควรหาสาเหตุของอาการผมร่วงก่อนที่จะได้รับการรักษา

การดูแลรักษาผมที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดผมร่วงได้หรือไม่ ?
ใช่. การถักเปีย หรือการใช้โรลม้วนผมแน่น ๆ ดึงผมบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดผมร่วงจากการดึงรั้ง ถ้าการดึงรั้งนี้รุนแรงจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่บริเวณหนังศีรษะ ก็อาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงผมบางแบบถาวรได้ การใช้สารแคมีที่ผมหรือหนังศีรษะ เช่นการทำ Hot oil hair treatments หรือการย้อมผม อาจทำให้เกิดการอักเสบที่รากผม ซึ่งทำให้เกิดรอยแผลเป็น และเกิดภาวะผมร่วงตามมาได้
- ชนิดของศีรษะล้านพบได้บ่อย ศีรษะล้านที่พบได้บ่อยคือ ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ที่พบได้บ่อยในผู้ชาย ผู้ชายที่มีภาวะ ผมร่วงตั้งแต่อายุยังน้อยจะพบว่ามีความรุนแรง และพบศีรษะล้านเป็นบริเวณกว้างได้มากกว่าผู้ชายที่พบภาวะผมร่วงเมื่ออายุมาก รูปแบบศีรษะล้านในผู้ชาย อาจพบว่ามีการถอยล้นของแนวผมขึ้นไป หรือมีศีรษะล้านบริเวณส่วนบนของศีรษะ
- แพทย์สามารถทำอะไรเพื่อหยุดอาการผมร่วงได้หรือไม่? แพทย์จะซักประวัติ เช่น การใช้ยา, อาหาร, โรคประจำตัว, ประจำเดือน, การตั้งครรภ์และตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของผมร่วง ในบางรายอาจต้องตรวจเลือดเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและรักษาตามสาเหตุของโรค
- ผมร่วงสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับชนิดของผมร่วง เช่นผมร่วงจากความผิดปกติของฮอร์โมน ผมร่วงจากการใช้ยาบางชนิด ผมร่วงจากโรคติดเชื้อ สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าเราแก้ไขภาวะผิดปกติดังกล่าวไปแล้ว ร่วมกับการใช้ยา ภาวะศีรษะล้านจากพันธุกรรม สามารถชะลอและป้องกันได้จากการใช้ยาบางชนิดเช่น Minoxidil, Finasteride ซึ่งควรใช้ตามใบสั่งแพทย์ ในบางรายระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลอาจใช้เวลาถึง 6เดือน จึงจะบอกได้ว่ายาแต่ละชนิดที่ใช้นั้นได้ผลหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะรับการรักษาภาวะผมร่วง ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุจากแพทย์ เพื่อการรักษาที่ตรงกับโรค และได้ผลดียิ่งขึ้น
- มีทางเลือกอื่นไหมในการรักษาภาวะศีรษะล้าน?
มี
* การต่อผมหรือการถักทอผม ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถาวร ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและผลที่ได้รับขึ้นอยู่กับคุณภาพของสถานที่ที่ทำ
* การทำศัลยกรรม ได้แก่การทำการปลูกผม (Hair transplantation) ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี ถาวร แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรเริ่มการรักษาผมร่วงก่อน เพื่อป้องกันภาวะศีรษะล้านที่จะเกิดขึ้น

 
    
ติดต่อรักษาปัญหาผมร่วง ที่ไทยแฮร์เซ็นเตอร์
ติดต่อจองคิวตรวจ รักษาผมร่วง ผมบาง

รักษาทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รักษาโดยแพทย์

แผนปัจจุบัน หมอรักษาผมร่วงโดยเฉพาะ

โทร 02-4460875 หรือ 02-4460282

ค่ารักษา 940 บ/ด   จองคิวตรวจ   ดูแผนที่

เวลาเปิดทำการของคลินิกรักษาผมร่วง
วันมาฆบูชา ส. 11 ก.พ. 60 เปิดปกติ

วันจักรี พฤ. 6 เม.ย. 60 เปิดปกติ


สงกรานต์หยุด 6 วัน พ. 12 เม.ย. - จ. 17 เม.ย.

  จ. - ศ.     11.00 - 18.00 น.
         ส.     10.00 - 18.00 น.
       อา.     หยุด

โทรจองคิวตรวจ 11.00 - 18.00 น.
รับจองทุกวัน เบอร์โทร 02-4460282

จองคิวล่วงหน้า วันต่อวันได้ที่ 02-4460875
( ควรโทรนัดก่อนเพราะบางครั้งแพทย์ติดภารกิจ คลินิกจะปิด )

ค่ายารักษาผมร่วง   นัดคิวตรวจ   ดูแผนที่

หยุดผมร่วง แก้ปัญหาศีรษะล้าน

Bookmark and Share    


ข้อมูลบทความเกี่ยวกับภาวะผมร่วงผมบาง
- ผู้ที่มีผมร่วงเริ่มต้นที่นี่
- สาเหตุของภาวะผมร่วง
- ชนิดของอาการผมร่วง
- อาหารเสริม วิตามิน สำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง
- อาหารยุคปัจจุบันกับภาวะผมร่วง
- เคล็ดลับเพื่อช่วยลดปัญหาผมร่วง
- สมุนไพรอาหารเสริมที่ช่วยลดผมร่วง
- ยาปลูกผม ยารักษาผมร่วง
- ยาที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วง
- สภาพหนังศีรษะกับอาการผมร่วง
- เคล็ดลับในการลดปัญหาหนังศีรษะมัน
- การใช้แชมพูในผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะมัน
- หนังศีรษะที่มันทำให้เกิดผมร่วงได้หรือไม่
- สาเหตุผมร่วง ผมบางในผู้หญิง
- การรักษาผมร่วง แก้ปัญหาผมบางในผู้หญิง
- ยาปลูกผมในผู้หญิง
- โรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ
- วิธีแก้ปัญหาผมร่วงโดยวิธีธรรมชาติด้วยตนเอง
- ลดผมร่วงด้วยสมุนไพรและอาหารธรรมชาติ
- เคล็ดลับการดูแลรักษาผมในหน้าร้อน
- กฎเหล็ก 6 ข้อเพื่อป้องกันศีรษะล้านก่อนวัย
- ศัลยกรรมปลูกผมดีจริงหรือ ใครเหมาะ
- ก่อนปลูกผมด้วยวิธีศัลยกรรมควรศึกษา

© สงวนลิขสิทธิ์ ไทยแฮร์เซ็นเตอร์ : 27/298-300 หมู่ที่ 5 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ซอยข้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต พระราม 7 บางกรวย นนทบุรี 11130 โทร 02-4460875
เนื้อหาทุกชนิดทั้ง บทความ ภาพถ่าย วิดีทัศน์ ภาพนิ่ง ในเว็บไซต์นี้ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่ซ้ำในทุกกรณี
บทความและเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ เขียนขึ้นโดย ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้มีปัญหาผมร่วง ผมบาง คำแนะนำในบทความต้องการเพียงเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้ามาศึกษา
ท่านควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองในเนื้อหา และไม่ควรเอาข้อมูลเกี่ยวกับยารักษาไปใช้เองโดยปราศจากคำแนะนำอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญ